หน้าแรก
กรรมการ
ข้อบังคับ
ระเบียบ
จดหมายข่าว
  แบบฟอร์มต่าง ๆ
ถาม ตอบ
 
ระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์สาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ จำกัด

ระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์สาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ  จำกัด

ว่าด้วย   วินัย การสอบสวนและการลงโทษสำหรับพนังงานและลูกจ้าง

.. 2538

...........

               อาศัยอำนาจตามความในข้อบังคับของสหกรณ์ขอ้  63 (7) และข้อ 76 (6) ที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการ  ครั้งที่  3/2538  วันที่  26  มกราคม  2538  ได้กำหนดระเบียบ  ว่าด้วย  วินัย การสอบสวนและการลงโทษสำหรับพนักงานและลูกจ้างดังต่อไปนี้

              ข้อ 1. ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์สาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ    จำกัด  ว่าด้วย   วินัย  การสอบสวนและการลงโทษสำหรับพนักงานและลูกจ้าง   ..   2538"

               ข้อ 2.ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่  26  มกราคม  2538  เป็นต้นไป

                         ข้อ 3. พนักงานและลูกจ้างต้องรักษาวินัยโดยเคร่งคัดอยู่เสมอ ผู้ใดฝ่าฝืน ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัย จักต้องได้รับโทษตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

               ข้อ 4. วินัยซึ่งพนักงานและลูกจ้างต้องรักษามีดังต่อไปนี้

                              (1) ต้องสนับสนุนการปกครองตามรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ

                              (2) ต้องรักษาความลับของสหกรณ์และไม่เป็นปฎิปักษ์ต่อขบวนการสหกรณ์

                                    (3) ต้องให้การต้อนรับ คำชี้แจง ความสะดวก ความเป็นธรรม และความสงเคราะห์แก่ผู้มาติดต่อในกิจการของสหกรณ์โดยมิชักช้าทั้งต้องสุภาพเรียบร้อย    ต่อสมาชิกของสหกรณ์   และประชาชนทั่วไป ห้ามมิให้ดูหมิ่นเหยียดหยามบุคคลใด ๆ

     (4) ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์เที่ยงธรรมและประพฤติตนอยู่ในความสุจริตห้ามมิให้กดขี่ข่มเหงหรือเบียดเบียนผู้ใด และห้ามมิให้อาศัยงานในหน้าที่ของตนไม่ว่าในทางตรงหรือทางอ้อมหาผลประโยชน์แก่ตนหรือผู้อื่น

(5)    ต้องขวนขวายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอุตสาหะและรวดเร็วให้เกิดผลดีและความก้าวหน้าแก่สหกรณ์และสมาชิกของสหกรณ์  ทั้งเอาใจใส่   ระมัดระวังผลประโยชน์ของสหกรณ์

                                 (6) ต้องไม่รายงานเท็จหรือเสนอความเห็นที่ไม่สุจริตต่อผู้บังคับบัญชา

                                 (7) ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง แบบแผนและวิธีปฏิบัติของสหกรณ์

                                 (8) ต้องอุทิศเวลาของตนให้แก่กิจการของสหกรณ์ จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่  ไม่ได้ ทั้งนี้ โดยจะต้องปฏิบัติหน้าที่และดำรงตำแหน่งในสหกรณ์ใด   สหกรณ์หนึ่งเพียงแห่งเดียวเท่านั้น

                   (9) ต้องสุภาพเรียบร้อย เชื่อฟัง และไม่แสดงความกระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชาผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งในกิจการของสหกรณ์โดยชอบในการปฏิบัติกิจการของสหกรณ์ ห้ามมิให้กระทำการข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน  เว้นแต่ผู้บังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไปสั่งให้กระทำหรือได้รับอนุญาตเป็นพิเศษ เป็นครั้งคราว

                               (10) ต้องรักษาชื่อเสียงมิให้ขึ้นชื่อว่าประพฤติชั่ว   ห้ามมิให้ประพฤติในทางที่อาจทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่  เช่น  ประพฤติตนเป็นคนเสเพล   เสพสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่น จนไม่สามารถครองสติได้ เสพยาเสพติดให้โทษ มีหนี้สินรุงรัง เล่นการพนัน กระทำหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำการอื่นใดซึ่งอาจทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่

                   (11) ต้องไม่เสพสุราหรือของเมาอย่างอื่นในเวลาปฏิบัติหน้าที่เป็นอันขาด

                             (12) ต้องร่วมมือช่วยเหลือกันในกิจการของสหกรณ์ ต้องรักษาความสามัคคีบรรดาผู้อยู่ในวงงานของสหกรณ์ และต้องไม่กระทำการใด   อันอาจเป็นเหตุก่อให้เกิดการแตกแยกสามัคคี   หรือก่อให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในบรรดาผู้อยู่ในวงงานสหกรณ์

                   (13) ต้องร่วมมือประสานงานด้วยดีกับส่วนราชการ หรือสถาบันอื่นที่เกี่ยวข้องกับกิจการสหกรณ์

               ข้อ 5. โทษผิดวินัยมี 5 สถาน คือ

                                       (1) ไล่ออก

                 (2) ปลดออก

                               (3) ลดขั้นเงินเดือน

                               (4) ตัดเงินเดือน

                               (5) ภาคทัณฑ์

               ข้อ 6. การลงโทษไล่ออกนั้น    ให้กระทำในกรณีพนักงานหรือลูกจ้างกระทำผิดวินัย  อย่างร้ายแรง ดังระบุไว้ต่อไปนี้

(1)    เปิดเผยความลับของสหกรณ์ หรือเป็นปฏิปักษ์ต่อขบวนการสหกรณ์หรือจนเป็นเหตุให้เสียหายแก่สหกรณ์

(2)    ทำความผิดต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ความผิดลงโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท

                           (3) ต้องคำพิพากษาให้เป็นคนล้มละลาย

                                         (4) ทุจริตต่อหน้าที่

                                              (5) จงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของสหกรณ์ เป็นเหตุให้เสียหายแก่สหกรณ์อย่างร้ายแรง

                                  (6) ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งในกิจการของสหกรณ์โดยชอบ และการขัดคำสั่งนั้น  เป็นเหตุให้เสียหายแก่สหกรณ์อย่างร้ายแรง

                    (7) ละทิ้งหน้าที่เป็นเหตุให้เสียหายแก่สหกรณ์อย่างร้ายแรง

                              (8) ประมาทเลินเล่อในหน้าที่เป็นเหตุให้เสียหายแก่สหกรณ์อย่างร้ายแรง

                    (9) ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

                             (10) ดูหมิ่นเหยียดหยามผู้มาติดต่อในกิจการของสหกรณ์ หรือกดขี่ข่มเหง หรือเบียดเบียนสมาชิกสหกรณ์

                   (11) ขาดงานติดต่อกันเกินกว่า  15  วัน โดยไม่มีเหตุอันควร

                         ข้อ 7. การลงโทษปลดออก ให้กระทำในกรณีที่พนักงานหรือลูกจ้างกระทำผิดวินัย  เป็นเหตุให้เสียหายแก่สหกรณ์แต่ไม่ถึงขั้นร้ายแรง ดังระบุไว้ดังต่อไปนี้

                    (1) รายงานเท็จ หรือเสนอความคิดเห็นที่ไม่สุจริตต่อผู้บังคับบัญชา

                              (2) จงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของสหกรณ์

                    (3) ละทิ้งหน้าที่เนือง ๆ

                              (4) ประมาทเลินเล่อในหน้าที่เนือง ๆ

                    (5) ทะเลาะวิวาทกับผู้ร่วมงานเป็นนิจสิน

                             (6) ประพฤติตนเป็นที่เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่

                        ข้อ 8. การลงโทษไล่ออกและปลดออก ให้คณะกรรมการดำเนินการ หรือผู้บังคับบัญชา  ตำแหน่งผู้จัดการ ตั้งคณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการดำเนินการหรือพนักงานตำแหน่งในต่ำกว่า    ผู้ถูกกล่าวหาอย่างน้อยสามคนเพื่อสอบสวน    การสอบสวนนั้นให้กระทำให้เสร็จโดยเร็ว อย่างช้าไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่   ประธานกรรมการสอบสวนได้ทราบคำสั่ง  เว้นแต่คณะกรรมการดำเนินการจะกำหนดเป็นอย่างอื่น   แม้ผู้ถูกกล่าวหาตายก่อนการสอบสวนพิจารณาถึงที่สุด ก็ให้สอบสวนต่อไปจนเสร็จ เมื่อสอบสวนเสร็จแล้ว  ให้คณะกรรมการสอบสวนเสนอรายงานพร้อมทั้งสำนวนการสอบสวนต่อผู้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน   เพื่อพิจารณาให้ความเห็น และเสนอตามลำดับจนถึงคณะกรรมการดำเนินการ

               ข้อ 9. ในกรณีต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง ให้ลงโทษไล่ออกโดยไม่ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวน

                    (1) ทำความผิดต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่  ความผิดลงโทษหรือความผิดอันกระทำโดยประมาท                             

                    (2) ต้องคำพิพากษาให้เป็นคนล้มละลาย

                    (3) ทำความผิดเกี่ยวกับทุจริตต่อหน้าที่และให้ถ้อยคำสารภาพต่อผู้บังคับบัญชา                        พนักงานสอบสวน หรือศาล หรือคำพิพากษาถึงที่สุดว่าทำความผิดเช่นนั้น  แม้จะมิให้จำคุกก็ตาม

                   (4) ขาดงานติดต่อกันเกินกว่า 15 วัน และผู้บังคับบัญชาได้สอบสวนแล้วเห็นว่า ไม่มีเหตุอันสมควร    ในกรณีดังกล่าวให้ผู้บังคับบัญชาเสนอรายงานพร้อมด้วยหลักฐานตามลำดับ จนถึงคณะกรรมการ   ดำเนินการ เมื่อคณะกรรมการดำเนินการเห็นว่า มีหลักฐานฟังได้ตามรายงานนั้น ก็ให้ไล่ออกได้

               ข้อ 10. เมื่อพนักงานหรือลูกจ้างผู้ใดถูกกล่าวหาว่ากระทำที่ผิดวินัย    จนมีการตั้ง  คณะกรรมการสอบสวน หรือถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดอาญา หรือถูกฟ้องคดีอาญา เว้นแต่ความผิด  ลงโทษหรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาณ ถ้าผู้บังคับบัญชาเห็นว่า หากผู้นั้นคงอยู่ในหน้าที่จะเป็นการ   เสียหายแก่สหกรณ์ ก็ให้รายงานตามลำดับจนถึงคณะกรรมการดำเนินการเพื่อพิจารณาสั่งพักงาน   การพักงานนั้นให้พักจนกว่าการสอบสวนพิจารณาถึงที่สุด ถ้าการสอบสวนพิจารณาได้ความว่า  ผู้ถูกสั่งพักมิได้กระทำความผิดและไม่มีมูลมัวหมองก็ดี หรือผู้ถูกสั่งพักได้กระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรงก็ดี   คณะกรรมการดำเนินการต้องสั่งให้ผู้นั้นกลับเข้าทำงานในตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งที่เทียบเท่า ส่วนเงินเดือน  หรือค่าจ้างในระหว่างพักงานนั้น ในกรณีแรกให้จ่ายเต็มอัตรา ในกรณีหลังให้จ่ายกึ่งอัตรา ถ้าผู้ถูกสั่งพักตายก่อน  การสอบสวนพิจารณาถึงที่สุดให้จ่ายถึงวันที่ผู้นั้นตาย  ถ้าการสอบสวนพิจารณาได้ความเป็นสัตย์ว่า ผู้ถูกสั่งพักได้กระทำผิดวินัยจริงให้ไล่ออกตามข้อ 6  หรือปลดออกตามข้อ7 ตั้งแต่วันพักงานหรือแม้จะไม่ได้ความเป็นสัตย์ว่าผู้ถูกสั่งพักได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง แต่มีมลทินหรือมัวหมองในกรณีดังกล่าวนั้นอยู่ให้เลิกจ้างตามข้อ 69 และข้อ 73 แห่งระเบียบว่าด้วยพนักงาน และลูกจ้าง

              ข้อ 11. ในกรณีที่พนักงานหรือลูกจ้างกระทำผิดวินัย แต่โทษไม่ถึงไล่ออกหรือให้ออก  ผู้บังคับบัญชาจะสั่งลงโทษลดขั้นเงินเดือนตัดเงินเดือนก็ได้ หรือถ้าเห็นว่ามีเหตุอันควรลดหย่อน หรือ   เป็นความผิดเล็กน้อย จะสั่งลงโทษภาคฑัณฑ์โดยแสดงความผิดนั้นให้ปรากฏเป็นหนังสือและจะให้ทำ ทัณฑ์บนไว้ด้วยก็ได้    การลงโทษตามวรรคแรกสำหรับพนักงานหรือลูกจ้างในตำแหน่ง ตั้งแต่หัวหน้างานลงไป ให้ผู้จัดการ  หรือผู้ช่วยผู้จัดการมีอำนาจสั่งลงโทษได้   ในกรณีลงโทษลดขั้นเงินเดือน หากต้องลดเกินกว่าขั้นต่ำสุดของตำแหน่งก็ให้ลดในขั้นเงินเดือนสำหรับ  ตำแหน่งถัดลงไปได้   โทษลดขั้นเงินเดือนหรือโทษตัดเงินเดือนนั้น ผู้บังคับบัญชาจะลงโทษผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาที่กระทำผิดวินัย   ได้ครั้งหนึ่งไม่เกินอัตราต่อไปนี้

ผู้บังคับบัญชา

ลดขั้นเงินเดือนไม่เกิน

กำหนดเวลาไม่เกิน

ตัดเงินเดือน

กำหนดส่วนเงินเดือนไม่เกิน

คณะกรรมการดำเนินการ

ผู้จัดการ

ผู้ช่วยผู้จัดการ

2 ขั้น

2 ขั้น

1 ขั้น

6 เดือน

4 เดือน

3 เดือน

30 %

20 %

10 %

 

 

ประกาศ      วันที่   26   มกราคม     2538

 

 

                                                            (ลงชื่อ)      ประยงค์   คณาพันธ์

                                                                    (นายประยงค์  คณาพันธ์)

                                                                                       ประธานกรรมการ

                                                 สหกรณ์ออมทรัพย์สาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ  จำกัด

 


พ.ศ. 2550 สหกรณ์ออมทรัพย์สาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ จำกัด โทร. 0-4545-1581